สิทธิมนุษยชน

บริษัท ซีออยล์ จำกัด(มหาชน) ตระหนักและให้ความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม ยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ให้ความสำคัญต่อการเคารพสิทธิมนุษยชนอันเป็นพื้นฐานสำคัญในการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ จึงได้กำหนดนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อเป็นคํามั่นว่าจะยึดถือปฏิบัติ สนับสนุน และส่งเสริมการเคารพและปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคน ทั้งของพนักงาน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องในการดําเนินงานของบริษัทฯ ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมายและหลักการสิทธิมนุษยชนสากล ตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights: UDHR) เพื่อร่วมรับผิดชอบต่อสังคมภายใต้หลักแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน

สามารถพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์บริษัท

นโยบายสิทธิมนุษยชน
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย
  • จำนวนข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็น 0 กรณี
ผลการดำเนินงาน ปี 2568
  • จำนวนข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็น 0 กรณี
แนวปฏิบัติของนโยบายสิทธิมนุษยชน

คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานบริษัทฯ เคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์และปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม และเปิดให้ทุกคนมีโอกาสที่เท่าเทียมกัน และปฏิบัติต่อทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติและไม่คำนึงถึงความแตกต่างทั้งด้านเชื้อชาติ สีผิว เพศ อายุ ศาสนา ภาษา การศึกษา สถานะทางสังคม ความทุพพลภาพ ความคิดเห็นทางการเมือง หรือเอกลักษณ์ใดๆ รวมทั้ง บทบัญญัติของกฎหมายและหลักการสิทธิมนุษยชนสากลที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้บริษัทฯ จะดำเนินธุรกิจด้วยความ ระมัดระวังอย่างรอบด้าน เพื่อป้องกันมิให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกระบวนการทำงานของบริษัทฯ โดยได้กำหนดแนวปฏิบัติของนโยบายสิทธิมนุษยชน ครอบคลุมสาระสำคัญดังต่อไปนี้

  • บริษัทสนับสนุนและเคารพการปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยจะดูแลมิให้ธุรกิจและพนักงานของบริษัทเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น ไม่บังคับใช้แรงงาน ไม่ใช้แรงงานเด็ก ไม่ล่วงเกินหรือล่วงละเมิดทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจพร้อมทั้งดูแลให้มีการปฏิบัติตามมาตรฐานของกฎหมายคุ้มครองแรงงานอย่างเคร่งครัด
  • บริษัทให้ความเคารพและปฏิบัติตามหลักสากลในการจ้างงาน ในการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ด้วยความเป็นธรรม โดยให้โอกาสทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่เลือกปฏิบัติและไม่ละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานเช่น เพศ อายุ ศาสนา เชื้อชาติ สภาพทางร่างกาย ความคิดเห็นทางการเมือง เป็นต้น
  • บริษัทมีการติดตามให้บริษัทย่อย คู่ค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้ถือปฏิบัติตามหลักการสากลว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด รวมถึงจะให้การคุ้มครองสิทธิของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ได้รับความเสียหายอันเกิดจากการละเมิดสิทธิอันสืบเนื่องมาจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทตามที่กฎหมายกำหนด
  • บริษัทได้จัดสถานที่ทำงานโดยคำนึงสภาพแวดล้อมที่ดี สะดวก ปลอดภัยและ อาชีวอนามัยในการทำงานของพนักงาน
  • บริษัทฯ เปิดรับเรื่องร้องเรียนหรือการรายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ทั้งที่เกิดจากกิจกรรมของบริษัทฯ กิจการที่บริษัทฯ มีอำนาจบริหารจัดการ และ/หรือห่วงโซ่อุปทาน ผ่านช่องทางรับข้อร้องเรียนบนเว็บไซต์บริษัทฯ www.seaoilthailand.com
  • บริษัทกำหนดมาตรการคุ้มครองพนักงานหรือบุคคลที่แจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือการปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมกัน โดยจะได้รับความคุ้มครองอย่างเป็นธรรมและปลอดภัยตามมาตรการที่ได้กำหนดไว้ในจรรยาบรรณธุรกิจ
กระบวนการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Due Diligence)

บริษัทฯ ดำเนินกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) ภายใต้หลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP) เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติและบริหารจัดการประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งประกอบด้วย 5 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

บริษัทฯ ได้ประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนครอบคลุม ด้านสิทธิแรงงาน สิทธิชุมชน ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และสิทธิผู้บริโภค ตลอดห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจ พบว่ามีความเสี่ยงที่ต้องพิจารณาและกำหนดมาตรการและแนวทางในการควบคุม บรรเทาผลกระทบอย่างใกล้ชิด ได้แก่

  1. ประเด็นอุบัติภัยจากการรั่วไหลของน้ำมันระหว่างการขนส่ง
  2. ประเด็นการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าผิดวัตถุประสงค์
  3. ประเด็นความปลอดภัยต่อสุขภาพพนักงานที่มีชั่วโมงการปฏิบัติงานติดต่อกันยาวนาน

จากประเด็นดังกล่าว บริษัทฯ ได้มีการกำหนดมาตรการ แนวทางในการควบคุม บรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นหรือแนวโน้มที่อาจจะเกิดขึ้น อาทิ การจัดโครงการ Zero Accident เพื่อลดอุบัติเหตุตลอดกระบวนการปฏิบัติงาน การกำหนดนโยบายและมาตรการควบคุมการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล และการรักษาความลับของลูกค้า การจัดโครงการองค์กรแห่งความสุข (Happy Workplace) ส่งเสริมด้านสุขภาพกายและใจ เป็นต้น

ช่องทางรับแจ้งเบาะแสข้อร้องเรียน

บริษัทฯ เปิดรับเรื่องร้องเรียนหรือการรายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ทั้งที่เกิดจากกิจกรรมของบริษัทฯ กิจการที่บริษัทฯ มีอำนาจบริหารจัดการ และ/หรือห่วงโซ่อุปทาน ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้

ทางไปรษณีย์

นำส่งที่ ประธานกรรมการบริษัท หรือ ประธานกรรมการตรวจสอบ หรือ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่
บริษัท ซีออยล์ จำกัด (มหาชน)
88 ซอยบางนา-ตราด 30 ถนนเทพรัตน แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260

ทางอีเมล์

ประธานกรรมการตรวจสอบ: ruth@banomyong.com
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่: neeracha@seaoilthailand.com
สำนักกำกับดูแลและเลขานุการบริษัท: compliance@seaoilthailand.com

ทางเว็บไซต์ของบริษัท

https://www.seaoilthailand.com/th/corporate-governance/declaration-of-anti-corruption

ซึ่งสามารถเลือกผู้รับข้อร้องเรียนได้ดังนี้

  • ประธานกรรมการตรวจสอบ
  • ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่
  • สำนักกำกับดูแลและเลขานุการบริษัท

บริษัทกำหนดมาตรการคุ้มครองพนักงานหรือบุคคลที่แจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือการปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมกัน โดยจะได้รับความคุ้มครองอย่างเป็นธรรมและปลอดภัยตามมาตรการที่ได้กำหนดไว้ในจรรยาบรรณธุรกิจ

มาตรการคุ้มครองและรักษาความลับ
  • เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้ร้องเรียนและผู้ให้ข้อมูลที่กระทำโดยเจตนาสุจริต บริษัทฯ จะปกปิดชื่อ ที่อยู่ หรือข้อมูลใดๆ ที่สามารถระบุตัวผู้ร้องเรียนหรือผู้ให้ข้อมูล และเก็บรักษาข้อมูลของผู้ร้องเรียน และผู้ให้ข้อมูลไว้เป็นความลับ โดยจะจำกัดเฉพาะผู้ที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการดำเนินการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนเท่านั้น ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความเสียหายของผู้แจ้งข้อร้องเรียน แหล่งที่มาของข้อมูล หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง เว้นแต่กรณีที่มีความจำเป็นในขั้นตอนการดำเนินการตามระเบียบของบริษัท หรือตามที่กฎหมายกำหนด
  • ในกรณีที่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันของผู้บริหาร ผู้บริหารระดับสูง คณะกรรมการตรวจสอบจะทำหน้าที่ในการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสหรือผู้ร้องเรียน พยาน และบุคคลที่ให้ข้อมูลในการสืบสวนข้อเท็จจริง ไม่ให้ได้รับความเดือดร้อน อันตรายใด หรือ ความไม่ชอบธรรม อันเกิดมาจากการแจ้งเบาะแส ร้องเรียน การเป็นพยานหรือการให้ข้อมูล
  • ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องร้องเรียน มีหน้าที่เก็บรักษาข้อมูล ข้อร้องเรียนและเอกสาร หลักฐานของผู้ร้องเรียนและผู้ให้ข้อมูลไว้เป็นความลับ ห้ามเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลอื่นที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง เว้นแต่เป็นการเปิดเผยหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด
  • ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจะได้รับการบรรเทาความเสียหายด้วยกระบวนการที่มีความเหมาะสมเป็นธรรม
กระบวนการดำเนินการเมื่อได้รับแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน และบทลงโทษ
1. การรับแจ้งและรวบรวมข้อเท็จจริง

เมื่อได้รับการแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียน ให้ผู้รับเรื่องร้องเรียนตามช่องทางต่างๆที่กำหนด แจ้งการรับเรื่องดังกล่าวไปยังผู้แจ้งเบาะแส (กรณีที่ผู้แจ้งเบาะแสยินยอมเปิดเผยตนเอง) พร้อมทั้งรวบรวมข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง และส่งเรื่องดังกล่าวไปยังคณะกรรมการตรวจสอบฯ ภายใน 7 วันทำการ

คณะกรรมการตรวจสอบฯ จะมอบหมายให้ผู้ตรวจสอบภายใน หรือแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง แล้วแต่กรณี เป็นผู้กลั่นกรองสืบสวนข้อเท็จจริง และแจ้งผลการตรวจสอบเป็นระยะให้ผู้แจ้งเบาะแสหรือผู้ร้องเรียนได้ทราบ

2. การตรวจสอบข้อเท็จจริง

ผู้ได้รับมอบหมาย หรือ คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ประมวลผล และกลั่นกรองข้อมูลที่ได้รับเพื่อพิจารณาผลกระทบ ตลอดจนขั้นตอนและวิธีการจัดการที่เหมาะสมในแต่ละเรื่อง โดยจะต้องรายงานผลการตรวจสอบต่อคณะกรรมการตรวจสอบฯ เพื่อพิจารณาให้ความเห็น ภายใน 90 วันทำการ หรือ หากจำเป็นต้องขยายเวลาต้องได้รับอนุมัติจากประธานคณะกรรมการตรวจสอบฯ เท่านั้น โดยผู้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนทุกคนต้องเป็นผู้ที่ไม่มีส่วนได้เสียในเรื่องร้องเรียนนั้น ๆ

หากการสืบสวนข้อเท็จจริงแล้วพบว่า ข้อมูลหรือหลักฐานที่มี มีเหตุผลอันควรเชื่อได้ว่าผู้ที่ถูกกล่าวหาได้กระทำการทุจริตคอร์รัปชันจริง บริษัทฯ จะให้สิทธิผู้ถูกกล่าวหาได้รับทราบข้อกล่าวหา และพิสูจน์ตนเอง โดยการหาข้อมูลหรือหลักฐานเพิ่มเติม ที่แสดงให้เห็นว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำอันทุจริตนั้นตามที่ถูกกล่าวหา

3. การสรุปผลและรายงาน

หน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย ผู้ตรวจสอบภายใน หรือคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง มีหน้าที่จัดทำรายงานสรุปการรับแจ้งข้อมูลทั้งหมดของบริษัทฯ และบริษัทย่อย โดยกรณีที่ดำเนินการพิจารณาแล้ว และ/หรือ ระหว่างการสืบสวนข้อเท็จจริง ตรวจสอบพยานหลักฐาน รายงานให้คณะกรรมการตรวจสอบฯ รับทราบเป็นรายกรณี และคณะกรรมการตรวจสอบฯ รายงานต่อคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อรับทราบ