การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

บริษัท ซีออยล์ จำกัด (มหาชน) ตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความท้าทายสำคัญระดับโลกที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และภาคธุรกิจในทุกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธุรกิจด้านพลังงานและการขนส่งที่มีความเกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก บริษัทจึงมุ่งดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสภาพภูมิอากาศ พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผ่านการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการสร้างคุณค่าร่วมให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย
  • ได้รับการรับรองทวนสอบคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO)
  • เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2573
  • เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593
ผลการดำเนินงานปี 2568
  • ได้รับการรับรองทวนสอบคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO)
โครงสร้างการกำกับดูแล

คณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ควบคู่กับการสร้างคุณค่าในระยะยาว (Long-term Value Creation) ให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม โดยมุ่งขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการบูรณาการประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (Environment, Social and Governance: ESG) เข้ากับกลยุทธ์ธุรกิจ กระบวนการบริหารความเสี่ยง และการตัดสินใจทางธุรกิจขององค์กร (ESG Integration) อย่างเป็นระบบ เพื่อให้การกำกับดูแลและการบริหารจัดการด้านความยั่งยืนมีประสิทธิภาพ คณะกรรมการบริษัทจึงได้กำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลที่ชัดเจน โดยแต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยจำนวน 3 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน และคณะกรรมการบริหาร เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแล ติดตาม และสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดี อันนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้คณะกรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน บรรษัทภิบาล และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทำหน้าที่กำกับดูแลและขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความยั่งยืน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีหน้าที่ในกำหนดนโยบาย ทิศทาง และกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน รวมทั้งติดตามผลการดำเนินงานด้าน ESG อย่างต่อเนื่อง และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ และผลักดันผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนให้บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม (Sustainability Performance)

บริษัทได้กำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลด้านความยั่งยืน โดยแบ่งระดับความรับผิดชอบในการกำกับดูแล และดำเนินงาน ดังนี้

หมายเหตุ: ข้อมูลโครงสร้างการกำกับดูแล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568

นโยบายและแนวปฏิบัติ

บริษัท ซีออยล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ("กลุ่มบริษัทฯ") ตระหนักและให้ความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ถือเป็นความท้าทายสำคัญระดับโลกและมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม กลุ่มบริษัทฯ จึงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงการดูแลสภาพภูมิอากาศ และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน เตรียมพร้อมปรับตัวและรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จึงได้กำหนดแนวทางในการดำเนินธุรกิจ ดังต่อไปนี้

  • ปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎหมาย นโยบายและแนวปฏิบัติ ตลอดจนมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน การจัดการกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ใช้บังคับในทุกประเทศที่บริษัทเข้าไปดำเนินธุรกิจ
  • กำหนดเป้าหมาย กลยุทธ์และแนวทางการดำเนินธุรกิจ ประสานความร่วมมือกับคู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว
  • วิเคราะห์ และประเมินความเสี่ยง โอกาสและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์และบริการ พร้อมทั้งบริหารความเสี่ยงและลดผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง
  • ส่งเสริมและผลักดันให้ทุกหน่วยงานมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ตลอดจนพัฒนาหรือประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการดำเนินธุรกิจ เพื่อลดการใช้พลังงาน และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญในการเลือกใช้วัสดุ ผลิตภัณฑ์และบริการที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้น้อยที่สุด
  • สื่อสารและสร้างความตระหนักรู้ เกี่ยวกับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้กับพนักงาน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างต่อเนื่อง
  • สนับสนุนและร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐ สถาบันการศึกษา ชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งในระดับประเทศและระดับสากล
  • จัดทำแผนการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (BCP) และเตรียมความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติและโรคระบาดอุบัติใหม่ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
  • ควบคุม ดูแล และติดตามผลการดำเนินงานและรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่างๆ ขององค์กรตามมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับระดับสากล
  • เปิดเผยผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมผ่านรายงานความยั่งยืนหรือรายงานการเปิดเผยข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทราบเป็นประจำทุกปี
การบริหารความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Risks and Opportunities)

บริษัทบูรณาการประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้ากับกระบวนการบริหารความเสี่ยงองค์กร (Enterprise Risk Management: ERM) เพื่อประเมินและบริหารจัดการผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำเนินธุรกิจทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยมีการประเมินความเสี่ยง ทบทวน และรายงานต่อคณะกรรมการเป็นประจำทุกปี

บริษัทพิจารณาความเสี่ยงด้านกายภาพ (Physical Risks) เช่น ภัยธรรมชาติ สภาพอากาศแปรปรวน ฝนตกหนัก น้ำท่วม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน การขนส่ง และห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risks) อาทิ การเปลี่ยนแปลงกฎหมายและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม กลไกราคาคาร์บอน ความคาดหวังของลูกค้าและนักลงทุน รวมถึงแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

ในขณะเดียวกัน บริษัทมองเห็นโอกาสทางธุรกิจจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

การกำหนดเป้าหมายและพันธสัญญาด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Targets and Commitments)

บริษัทมุ่งมั่นสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยได้กำหนดเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ ดังนี้

  • มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) สำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงาน (Scope 1 และ Scope 2) ภายในปี 2573
  • มุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2593
  • ใช้ปี 2567 เป็นปีฐาน (Base Year) สำหรับการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านก๊าซเรือนกระจก

บริษัทจะทบทวนเป้าหมายและแผนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับการเติบโตทางธุรกิจ แนวโน้มด้านพลังงาน และมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง

ผลการดำเนินงาน
การเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Transition)

บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่สนับสนุนการลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าในยุคการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

บริษัทได้รับการรับรองมาตรฐาน International Sustainability and Carbon Certification (ISCC EU) ซึ่งช่วยสนับสนุนการซื้อขายผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบที่ยั่งยืน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าและคู่ค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน

นอกจากนี้ บริษัทได้ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นชีวภาพสำหรับงานทางทะเล (Biodegradable Marine Lubricant) ซึ่งสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

สามารถพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์บริษัท หัวข้อ "นวัตกรรมและเทคโนโลยี"

การบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

บริษัทฯ ตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจ สังคม คุณภาพชีวิตของผู้คน และความยั่งยืนของภาคธุรกิจในระยะยาว ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อมต่อความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการมีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม

บริษัทฯ ตระหนักดีว่าการดำเนินธุรกิจขององค์กรมีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และอาจก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อมจากกิจกรรมต่าง ๆ ในห่วงโซ่คุณค่า บริษัทฯ จึงมุ่งบริหารจัดการผลกระทบดังกล่าวด้วยความรอบคอบและต่อเนื่อง โดยเริ่มจากการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร เพื่อให้เข้าใจแหล่งกำเนิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนเองอย่างชัดเจน และนำข้อมูลที่ได้มาใช้เป็นพื้นฐานในการกำหนดแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมกับบริบทของธุรกิจ

จากการประเมินพบว่า กิจกรรมหลักที่เป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีนัยสำคัญในขอบเขตที่ 3 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศของบริษัทฯ มิได้เกิดขึ้นเฉพาะจากการดำเนินงานภายในองค์กรเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงกิจกรรมในห่วงโซ่อุปทานด้วย บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการใช้ข้อมูลดังกล่าวในการวางแผนและพัฒนามาตรการที่เหมาะสม เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่การดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

ขอบเขตการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
Scope 1 Scope 2 Scope 3 *มีนัยยะสำคัญ
- Mobile combustion (การเผาไหม้น้ำมันเชื้อเพลิงในการดำเนินงาน)
- Fugitive emission (การรั่วไหลสารทำความเย็น)
- การรั่วไหลก๊าซมีเทนจากระบบ septic tank
- ไฟฟ้า - Category 1 การซื้อวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์หลัก
- Category 15 Investments การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการลงทุน

บริษัทฯ ได้ดำเนินการทวนสอบคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) โดย VGREEN KU Co., Ltd. ซึ่งเป็นหน่วยงานทวนสอบที่ขึ้นทะเบียนกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. เพื่อให้ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรมีความถูกต้อง โปร่งใส และน่าเชื่อถือสำหรับใช้เป็นฐานในการบริหารจัดการด้านสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ

ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ขยายขอบเขตการทวนสอบให้ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจของบริษัท จากเดิมที่ครอบคลุมเฉพาะธุรกิจการขายน้ำมันเชื้อเพลิง โดยใช้ข้อมูลกิจกรรมขององค์กรในช่วงวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2567 และได้รับการทวนสอบเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดให้ปี 2567 เป็นปีฐาน สำหรับการติดตาม เปรียบเทียบ และประเมินผลการดำเนินงานด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะต่อไป โดยมีรายละเอียดดังนี้

ผลการทวนสอบการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ปี การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (tonCO2eq/year)
Scope 1 Scope 2 Scope 3 รวม
2567 213 104 115,045 115,359.64
2566* 230 21 36,766 37,017

*เฉพาะธุรกิจ Oil Trading