บริษัท ซีออยล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจ โดยมุ่งลดการใช้ทรัพยากรที่ไม่จำเป็น เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน น้ำ วัสดุสิ้นเปลือง และการจัดการของเสีย ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กร
บริษัทดำเนินการภายใต้ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ISO 14001:2015 โดยกำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPI) และมาตรการควบคุมการใช้ทรัพยากรที่เหมาะสมกับลักษณะการดำเนินงานของแต่ละกลุ่มธุรกิจ พร้อมติดตามผลอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เกิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย
- จำนวนข้อร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อมเท่ากับ 0 กรณี
- คุณภาพน้ำทิ้งไม่เกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ร้อยละ 100
- ปริมาณขยะที่เกิดจากธุรกิจ Catering ไม่เกิน 42,000 กิโลกรัมต่อปี
ผลการดำเนินงานปี 2568
- จำนวนข้อร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อมเท่ากับ 0 กรณี
- คุณภาพน้ำทิ้งไม่เกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ร้อยละ 100
- ปริมาณขยะที่เกิดจากธุรกิจ Catering 22,120 กิโลกรัม
บริษัทฯ เปิดเผยข้อมูลโดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มธุรกิจโดยคำนึงถึงสถานที่ตั้งปฏิบัติการเป็นสำคัญ คือ กลุ่มธุรกิจจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ณ สำนักงานใหญ่ และ กลุ่มธุรกิจบริการด้าน Catering ณ สถานที่ปฏิบัติงานหลัก
บริษัทให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดเป้าหมายการลดการใช้พลังงานและเชื่อมโยงกับตัวชี้วัดผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมการใช้ไฟฟ้าในสำนักงาน การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของยานพาหนะ และการส่งเสริมพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า
มาตรการสำคัญประกอบด้วย
- การติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลการใช้พลังงานรายเดือน
- การใช้หลอดไฟ LED และอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน
- การควบคุมอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
- การปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน
- การบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าและยานพาหนะอย่างสม่ำเสมอ
- การส่งเสริมการประชุมออนไลน์และการทำงานแบบดิจิทัล
- การรณรงค์สร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงานแก่พนักงาน
ธุรกิจจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง
| ปี | ปริมาณการใช้ไฟฟ้า (Unit หรือ kWh) |
|---|---|
| 2568 | 47,272 |
| 2567 | 50,091 |
| 2566* | 56,295 |
| 2565** | 28,724 |
*กำหนดให้ปี 2566 เป็นปีฐาน
**ในปี 2565 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค Covid-19 จึงทำให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าต่ำกว่าปกติ
บริษัทฯ มีการตั้งเป้าหมายระยะกลางในการลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าอย่างน้อย 10% จากปีฐาน โดยมีแนวทางการปฏิบัติเพื่อลดการใช้ไฟฟ้า อาทิ การปฏิบัติงานที่บ้าน (Work from home) ปิดไฟและปิดเครื่องปรับอากาศในช่วงเที่ยงหรือโซนที่ไม่ได้ใช้ การประชุมนอกสถานที่ (Outdoor meeting) ปลดปลั๊กไฟเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อเลิกการใช้งาน การควบคุมอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไม่ต่ำกว่า 25 องศา เป็นต้น
ในปี 2568 บริษัทฯ สามารถลดปริมาณการใช้ไฟฟ้า จำนวน 2,819 kWh หรือคิดเป็น 16.03% เมื่อเทียบกับปีฐาน เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด
ธุรกิจบริการ
| ปี | ปริมาณการใช้ไฟฟ้า (Unit หรือ kWh) |
|---|---|
| 2568 | 184,465 |
| 2567 | 185,320 |
| 2566* | 254,190 |
| 2565 | 311,690 |
*กำหนดให้ปี 2566 เป็นปีฐาน
บริษัทฯ มีการกำหนดเป้าหมายการใช้ไฟฟ้าของสำนักงานจังหวัดสงขลาให้อยู่ในระดับไม่เกิน 16,000 หน่วยต่อเดือน และไม่เกิน 192,000 หน่วยต่อปี โดยกำหนดให้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPI) ของสำนักงาน เพื่อควบคุมการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และสนับสนุนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทอย่างต่อเนื่อง
ในปี 2568 บริษัทฯ สามารถลดปริมาณการใช้ไฟฟ้า จำนวน 69,725 kWh หรือคิดเป็น 27.43% เมื่อเทียบกับปีฐาน เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด
ธุรกิจจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง
เนื่องจากการจัดการน้ำของสำนักงานใหญ่เป็นการเหมาจ่ายจากผู้ให้บริการของอาคาร จึงไม่มีการเก็บข้อมูล อย่างไรก็ดี บริษัทฯ มีการรณรงค์ให้พนักงานใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ ไม่เปิดน้ำทิ้งไว้โดยไม่จำเป็น ไม่ทิ้งขยะ กระดาษ ลงในชักโครก ปิดน้ำระหว่างถูสบู่ ช่วยกันสอดส่องดูแลสภาพก๊อกน้ำอย่างสม่ำเสมอ หากพบเห็นการชำรุดให้แจ้งซ่อมอย่างทันท่วงที
ธุรกิจบริการ
บริษัทฯ มีกระบวนการควบคุมการใช้น้ำในการทำงานที่สำคัญ ได้แก่ การทำความสะอาดอาคารสถานที่ การล้างการเตรียมสินค้าวัตถุดิบ การล้างทำความสะอาดตู้คอนเทนเนอร์ บริษัทจึงให้ความสำคัญในเรื่องการจัดการน้ำทั้งในด้านการควบคุมการใช้น้ำ ด้านของคุณภาพน้ำ ตลอดจนการเฝ้าระวังน้ำเสียที่จะเกิดขึ้น โดยกำหนดให้มีการวางแผนการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้น้ำอย่างรัดกุม และใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การจัดแบ่งประเภทสินค้าวัตถุดิบที่สามารถล้างทำความสะอาดร่วมกันได้ การวางแผนเก็บกวาดพื้นที่และการทำความสะอาดเพื่อลดการใช้น้ำในการฉีดล้าง การนำน้ำจากกระบวนการไปรดน้ำต้นไม้ การวางแผนทำความสะอาดตู้คอนเทนเนอร์ เป็นต้น
| ปี | ปริมาณการใช้น้ำ (ลบ.ม.) |
|---|---|
| 2568 | 116 |
| 2567 | 101 |
| 2566 | 142 |
| 2565 | 169 |
บริษัทฯ มีการตั้งเป้าหมายเพื่อควบคุมปริมาณการใช้น้ำไม่เกิน 10 ลบ.ม ต่อเดือน หรือ 120 ลบ.ม ต่อปี
ในปี 2568 บริษัทฯ มีปริมาณการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้น จำนวน 15 ลบ.ม หรือคิดเป็น 14.85% เมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ดี ปริมาณการใช้น้ำดังกล่าวยังคงเป็นไปตามเป้าหมายที่บริษัทกำหนดไว้ บริษัทฯ ยังคงดำเนินมาตรการบริหารจัดการและควบคุมการใช้น้ำอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การใช้น้ำเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
โดยมีมาตรการและแนวปฏิบัติที่สำคัญ ดังนี้
- การติดตามและบันทึกปริมาณการใช้น้ำอย่างสม่ำเสมอ
บริษัทฯ มีการรวบรวมและบันทึกข้อมูลปริมาณการใช้น้ำเป็นรายเดือน เพื่อใช้ในการติดตามแนวโน้มการใช้น้ำ วิเคราะห์ความเหมาะสมของการใช้งาน และใช้เป็นข้อมูลสำหรับการวางแผนปรับปรุงการใช้น้ำในอนาคต - การตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบประปาอย่างต่อเนื่อง
บริษัทฯ ดำเนินการตรวจสอบสภาพของระบบประปา ก๊อกน้ำ ท่อน้ำ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการรั่วไหลของน้ำและลดการสูญเสียน้ำที่ไม่จำเป็น - การใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ
บริษัทฯ ส่งเสริมการใช้อุปกรณ์ที่ช่วยลดปริมาณการใช้น้ำ เช่น หัวก๊อกประหยัดน้ำ หรืออุปกรณ์ควบคุมการไหลของน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้น้ำ - การรณรงค์สร้างจิตสำนึกในการใช้น้ำอย่างประหยัด
บริษัทฯ มีการประชาสัมพันธ์และรณรงค์ให้พนักงานใช้น้ำอย่างประหยัด เช่น การติดสื่อประชาสัมพันธ์บริเวณจุดใช้น้ำ การสื่อสารภายในองค์กร และการให้ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ - การติดตามและประเมินผลการใช้น้ำ
บริษัทฯ รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลการใช้น้ำในแต่ละปี เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา รวมทั้งใช้เป็นข้อมูลประกอบการปรับปรุงมาตรการการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพน้ำประปาที่นำมาใช้ในกระบวนการดำเนินงาน โดยมีการตรวจวัดและเฝ้าติดตามค่าปริมาณของแข็งละลายน้ำทั้งหมดในน้ำประปา (Total Dissolved Solids: TDS) อย่างสม่ำเสมอ เพื่อควบคุมและป้องกันการเกิดน้ำเสียตั้งแต่ต้นทาง ในปี 2568 ผลการตรวจวัดพบว่าคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่เกินมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการของขยะอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการลดการเกิดขยะตั้งแต่ต้นทาง การคัดแยก การนำกลับมาใช้ประโยชน์ และการกำจัดอย่างถูกต้องตามกฎหมายและหลักวิชาการ ภายใต้แนวทาง 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) พร้อมกำกับดูแลผู้รับกำจัดของเสียให้เป็นไปตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง โดยตั้งเป้าหมายให้ของเสียได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง 100% และเพิ่มอัตราการนำกลับมาใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง
ธุรกิจจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง
ในการประกอบธุรกิจการขายน้ำมันเชื้อเพลิง บริษัทฯ มีขยะอันตรายที่เกิดจากการดำเนินงานในปัจจุบัน ได้แก่ น้ำมันเสื่อมสภาพ ทั้งนี้ บริษัทฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการกำจัดขยะอย่างถูกวิธี จึงทำการจัดจ้างบริษัท จี.ที.เจเนอรัล จำกัด เป็นผู้นำน้ำมันเสื่อมสภาพไปกำจัดและบำบัดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เป็นไปตามหลักวิชาการ และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามที่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม
ในปี 2568 มีปริมาณขยะอันตราย จำนวน 510 กิโลกรัม ที่ได้รับการกำจัดอย่างถูกวิธี
ธุรกิจบริการ
ในการประกอบธุรกิจการบริการ (Catering) บริษัทฯ มีขยะที่เกิดจากการดำเนินงานในปัจจุบัน ได้แก่ ขยะทั่วไป ที่เป็นกระดาษ กระดาษลัง พลาสติกที่เป็นวัสดุห่อหุ้มสินค้าและวัตถุดิบ ขยะเปียก/ย่อยสลายได้ จำพวกเศษผัก ผลไม้ ขยะรีไซเคิลจำพวกขวดน้ำพลาสติก ขยะอันตราย จำพวกกระป๋องสี หลอดไฟ น้ำมันเครื่องรถยก น้ำมันพืชใช้แล้ว ซึ่งเป็นของเสียจากกระบวนการทำงานนอกชายฝั่ง และมีน้ำทิ้งจากกระบวนการทำงานบนฝั่ง บริษัทมีการจัดการ การควบคุมของเสียจากกระบวนการ ได้กำหนดเป็นระเบียบปฏิบัติที่ประกาศใช้ทั้งองค์กร โดยคำนึงถึงข้อกำหนดของกฎหมาย ความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตลอดจนมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาถึงการคัดแยกขยะ การควบคุมที่แหล่งกำเนิด ควบคุมการนำทรัพยากรไปใช้ที่จะก่อให้เกิดเป็นของเสีย การจัดการของเสียที่เป็นระบบและใช้บริการหน่วยงานภายนอกที่น่าเชื่อถือและมีใบอนุญาต โดยมีแนวทางการคัดแยกขยะ ดังนี้
- ขยะทั่วไป เก็บรวบรวมในถังขยะสีน้ำเงิน ส่งต่อให้เทศบาลนำไปกำจัด/ฝังกลบ โดยได้ติดตามให้มีการเก็บขยะ และชำระค่าทำเนียมรายเดือนให้กับเทศบาลอย่างถูกต้อง
- ขยะเปียก เก็บรวบรวมในถังขยะสีเขียว ระบุชนิดขยะข้างถุง ส่งต่อให้เทศบาลนำไปกำจัด/ฝังกลบ โดยได้ติดตามให้มีการเก็บขยะ และชำระค่าทำเนียมรายเดือนให้กับเทศบาลอย่างถูกต้อง
- ขยะรีไซเคิล เก็บรวบรวมในถังขยะสีเหลือง ส่งขายให้กับบริษัทรับซื้อของเก่าที่มีใบอนุญาต รง. และมีการติดตามใบอนุญาต ตลอดจนการลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานกำจัดขยะอย่างต่อเนื่อง
- ขยะอันตราย เก็บรวบรวมในถังขยะสีแดง ส่งขายให้กับบริษัทรับซื้อของเก่าที่มีใบอนุญาต รง. และมีการติดตามใบอนุญาต ตลอดจนการลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานกำจัดขยะอย่างต่อเนื่อง
- น้ำมันพืชใช้แล้ว ส่งขายให้กับหน่วยงาน/กลุ่มชุมชน ที่ประกอบกิจการผลิตไบโอดีเซล ที่มีใบอนุญาต หรือมีหลักฐานอย่างชัดเจนว่าได้นำน้ำมันพืชใช้แล้วไปใช้ประโยชน์หรือแปรรูปจริงๆ มิได้มีการทำให้เกิดปัญหาใหม่ต่อสิ่งแวดล้อม
ปริมาณขยะจากการดำเนินธุรกิจการบริการ (Catering)
| ปี | ปริมาณขยะจากการดำเนินงาน (กิโลกรัม) |
|---|---|
| 2568 | 22,120 |
| 2567 | 33,415 |
| 2566 | 36,600 |
| 2565 | 33,415 |
บริษัทฯ มีการตั้งเป้าหมายลดปริมาณขยะที่เกิดจากการดำเนินงาน ให้เหลือไม่เกิน 3,500 กิโลกรัมต่อเดือน หรือ 42,000 กิโลกรัมต่อปี โดยกำหนดให้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPI) ของสำนักงาน เพื่อควบคุมการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และสนับสนุนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทอย่างต่อเนื่อง
ในปี 2568 บริษัทสามารถลดปริมาณขยะจากการดำเนินงานได้ 11,295 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด
บริษัทส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดการใช้วัสดุสิ้นเปลือง โดยเฉพาะการใช้กระดาษภายในองค์กร ผ่านการส่งเสริมการทำงานในรูปแบบดิจิทัลและการลดการใช้เอกสาร
มาตรการสำคัญ ได้แก่
- การใช้ระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (Paperless)
- การพิมพ์เอกสารสองหน้า
- การนำกระดาษกลับมาใช้ซ้ำ
- การลดการใช้วัสดุสิ้นเปลืองที่ไม่จำเป็น
- การสนับสนุนการประชุมและการสื่อสารผ่านระบบดิจิทัล
ปริมาณการใช้กระดาษ
ธุรกิจจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง
| ปี | ปริมาณการใช้กระดาษ | |
|---|---|---|
| รีม | กิโลกรัม (Kg) | |
| 2568 | 636 | 1,586 |
| 2567 | 665 | 1,657 |
| 2566 | 611 | 1,528 |
| 2565 | 720 | 1,799 |
ในปี 2568 บริษัทเข้าร่วมโครงการ Care the Bear ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ส่งผลให้สามารถลดการใช้กระดาษในการประชุมผู้ถือหุ้นและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องได้ 189,579 แผ่น เท่ากับปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้ 2.712 tCO₂eq
ธุรกิจบริการ
| ปี | ปริมาณการใช้กระดาษ | |
|---|---|---|
| รีม | กิโลกรัม (Kg) | |
| 2568 | 104 | 260 |
| 2567 | 109 | 272 |
| 2566 | 94 | 235 |
| 2565 | 66 | 165 |
บริษัทฯ มีการกำหนดเป้าหมายการใช้กระดาษของสำนักงานจังหวัดสงขลาไม่เกิน 10 รีมต่อเดือน หรือ 120 รีมต่อปี โดยกำหนดให้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPI) ของสำนักงาน เพื่อควบคุมการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และสนับสนุนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทอย่างต่อเนื่อง
ในปี 2568 บริษัทฯ สามารถลดปริมาณการใช้กระดาษจากเป้าหมาย จำนวน 5 รีม หรือคิดเป็น 4.59% จากเป้าหมายที่กำหนด
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการป้องกัน ควบคุม และลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจ โดยดำเนินการประเมินประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อม การประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างสม่ำเสมอ
แม้ว่าผลการประเมินจะไม่พบประเด็นที่มีนัยสำคัญในระดับสูง บริษัทฯ ยังคงดำเนินการเฝ้าติดตามและตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงานและสิ่งแวดล้อมโดยรอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อพนักงาน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสร้างความมั่นใจว่าการดำเนินงานเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง โดยดำเนินการตรวจวัดเป็นประจำทุกปีผ่านหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญภายนอก ดังนี้
- ตรวจวัดค่าความเข้มของแสงสว่างในจุดและพื้นที่ปฏิบัติงาน ปีละ 1 ครั้ง โดยปี 2568 ค่าความเข้มแสงสว่างในพื้นที่ปฏิบัติงานผ่านเกณฑ์มาตรฐาน
- ตรวจวัดค่าเสียงดังในพื้นที่ปฏิบัติงาน ปีละ 1 ครั้ง โดยในปีที่ผ่านมาไม่พบค่าที่เกินมาตรฐาน
- ตรวจวัดค่าความร้อนในพื้นที่ปฏิบัติงาน ปีละ 1 ครั้ง โดยในปีที่ผ่านมาไม่พบค่าที่เกินมาตรฐาน
- ตรวจวัดค่าฝุ่นรวม (Total dust) ในพื้นที่ปฏิบัติงาน ปีละ 1 ครั้ง โดยในปีที่ผ่านมาไม่พบค่าที่เกินมาตรฐาน
- ตรวจวัดค่าฝุ่นรวม (Total dust) พื้นที่นอกรั้วบริษัท ปีละ 1 ครั้ง ซึ่งเฝ้าระวังการเกิดฝุ่นจากการใช้ยานพาหนะของบริษัทที่อาจจะมีผลกระทบต่อชุมชน ในปีที่ผ่านมาไม่พบค่าที่เกินมาตรฐาน
- ตรวจวัดค่าเสียงรบกวนพื้นที่นอกรั้วบริษัท ปีละ 1 ครั้ง ซึ่งเฝ้าระวังเสียงดังที่เกิดจากการใช้รถยก รถขนส่ง หรือตู้คอนเทนเนอร์ ที่อาจจะมีผลกระทบต่อชุมชน ในปีที่ผ่านมาไม่พบค่าที่เกินมาตรฐาน
- ตรวจวัดค่าน้ำเสีย ปีละ 1 ครั้ง ตามมาตรฐานประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากอาคารบางประเภทและบางขนาด ซึ่งผลการตรวจวัดในปี 2568 ไม่มีค่าน้ำเสียที่เกินมาตรฐาน
บริษัทเชื่อว่าความสำเร็จของการบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพเกิดจากความร่วมมือของพนักงานทุกคน จึงดำเนินกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสื่อสารภายในองค์กร การกำหนดเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม และการเชื่อมโยงผลการดำเนินงานด้านทรัพยากรเข้ากับการบริหารจัดการองค์กร เพื่อสร้างวัฒนธรรมการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว