การกำกับดูแลกิจการที่ดี

กลุ่มบริษัทซีออยล์ มุ่งมั่นที่จะเป็นองค์กรชั้นนำ ผู้เชี่ยวชาญในการให้บริการด้านพลังงานปิโตรเลียมอย่างครบวงจร เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โปร่งใสและเป็นธรรม คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ ตลอดจนสังคมและสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน

คณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงความสําคัญของการกํากับดูแลกิจการที่ดี มุ่งมั่นที่จะพัฒนาและยกระดับการกำกับดูแลกิจการของบริษัทอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมั่นว่าระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดีจะเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยบริษัทได้นำหลักปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนปี 2560 ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนด และหลักเกณฑ์ตามโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance of Thai Listed Companies :CGR) ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ตลอดจนหลักเกณฑ์สากลระดับภูมิภาค เช่น ASEAN CG Scorecard, SDGs, GRI Standard, SET ESG Rating และ FTSE Russell ESG Rating มาเป็นหลักการในการกำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการ และจรรยาบรรณธุรกิจ

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย

ผลการประเมิน Corporate Governance Report (CGR) โดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai IOD) ในระดับ “ดีเลิศ”

ผลการดำเนินงาน ปี 2568

ผลการประเมิน Corporate Governance Report (CGR) โดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai IOD) ในระดับ “ดีเลิศ”

นโยบายและแนวปฏิบัติการกำกับดูแลกิจการที่ดี

คณะกรรมการบริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการ นโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืน นโยบายการสรรหากรรมการและผู้บริหาร จรรยาบรรณธุรกิจ และได้มีการทบทวนปรับปรุงในทุกปี เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ และกลยุทธ์ของการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบัน จัดให้มีการอบรมสัมมนา ให้กับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานเกี่ยวกับกรอบแนวคิดการดำเนินงานเพื่อพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน (ESG) ตลอดจนการสื่อสารนโยบายการกำกับดูแล นโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืน จรรยาบรรณธุรกิจ ให้กับผู้บริหารและพนักงานทุกระดับ เพื่อรับทราบ และทำความเข้าใจ สามารถนำไปปฏิบัติในทิศทางเดียวกันในทุกหน่วยงาน ทั้งของบริษัทและบริษัทย่อย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่า กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานทุกคนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎระเบียบ ข้อบังคับ ตลอดจนจรรยาบรรณธุรกิจ และสามารถนำไปปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม บรรลุตามเป้าหมายด้านความยั่งยืนทั้งทางธุรกิจและทางสังคม

คณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงความสําคัญของการกํากับดูแลกิจการที่ดี มุ่งมั่นที่จะพัฒนาและยกระดับการกำกับดูแลกิจการของบริษัทอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมั่นว่าระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดีจะเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยบริษัทได้นำหลักปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนปี 2560 ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนด และหลักเกณฑ์ตามโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance of Thai Listed Companies :CGR) ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ตลอดจนหลักเกณฑ์สากลระดับภูมิภาค เช่น ASEAN CG Scorecard, SDGs, GRI Standard, SET ESG Rating และ FTSE Russell ESG Rating มาเป็นหลักการในการกำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการ และจรรยาบรรณธุรกิจ

สามารถพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมของ นโยบายกำกับดูแลกิจการ ได้ที่เว็บไซต์บริษัท

นโยบายกำกับดูแลกิจการ
โครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ

หมายเหตุ

* หน่วยงานตรวจสอบภายใน ว่าจ้าง Outsource รายงานตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง
** ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ว่าจ้าง Outsource รายงานตรงต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่
*** ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ว่าจ้าง Outsource (มอบหมายให้ฝ่าย QSSHE ควบคุมดูแลและประสานงาน)
องค์ประกอบคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วย กรรมการจำนวน 8 ท่าน ซึ่งเป็นจำนวนที่เหมาะสมกับขนาดของกิจการ แบ่งเป็น กรรมการอิสระจำนวน 3 ท่าน กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารจำนวน 4 ท่าน และกรรมการบริหารจำนวน 1 ท่าน คือประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ รวมกรรมการที่ไม่ใช่ผู้บริหารทั้งหมด 7 ท่าน คิดเป็นร้อยละ 88 ของกรรมการทั้งหมด นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความหลากหลายทางเพศในระดับคณะกรรมการ โดยในปี 2568 มีกรรมการเพศหญิงจำนวน 3 ท่านคิดเป็นร้อยละ 37.5 ของกรรมการทั้งหมด

และมีการกำหนดคุณสมบัติของกรรมการอิสระ ในเรื่องสัดส่วนการถือหุ้น ไม่เกินร้อยละ 0.5 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อยบริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมบริษัท ทั้งนี้ ให้นับรวมการถือหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องของกรรมการอิสระรายนั้นๆ ด้วย ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่เข้มกว่าข้อกำหนดของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน บริษัทแบ่งแยกอำนาจหน้าที่ในเรื่องการกำหนดนโยบายของบริษัท และการบริหารงาน แยกออกจากกันอย่างชัดเจน บริษัทฯ จึงกำหนดให้ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เป็นคนละบุคคลกัน ประธานกรรมการ และคณะกรรมการบริษัทมีขอบเขตอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ในกฎบัตร

บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท

บริษัท ซีออยล์ จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ") กำหนดให้คณะกรรมการบริษัท ในฐานะตัวแทนผู้ถือหุ้น มีบทบาทหน้าที่สำคัญในการกำกับดูแลกิจการให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์และข้อบังคับของบริษัทฯ รวมทั้งกำหนดนโยบายและกลยุทธ์ที่สำคัญของกิจการเพื่อสร้างมูลค่าให้กับองค์กร ภายใต้จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจและให้องค์กรบรรลุเป้าหมายเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย โดยตระหนักถึงความสำคัญของหลักบรรษัทภิบาลและความผิดชอบต่อสังคม บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นให้กรรมการทุกท่านปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์สุจริต และรักษาผลประโยชน์ของบริษัทฯ ตลอดจนการแสดงความรับผิดชอบ ต่อสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ

สามารถพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมของ กฎบัตรคณะกรรมการบริษัท ได้ที่เว็บไซต์บริษัท

กฎบัตรคณะกรรมการบริษัท
ความชำนาญของคณะกรรมการ

ในปี 2568 คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มอบหมายให้คณะกรรมการสรรหาฯ ทบทวน Board Skills Matrix ให้เหมาะสมกับกลยุทธ์องค์กรและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบัน อาทิ การเพิ่มองค์ความรู้ด้านกำกับดูแลความยั่งยืน การบริหารความเสี่ยงและภาวะวิกฤต การพัฒนาองค์กร นวัตกรรมและเทคโนโลยี เป็นต้น โดยมีรายละเอียดความเชี่ยวชาญตามตาราง Board Skill Matrix ดังนี้

รายชื่อกรรมการ ธุรกิจพลังงาน ปิโตรเลียม ปิโตรเคมี ธุรกิจด้านบริการและขนส่ง กฎหมาย / รัฐศาสตร์ บัญชี / การเงิน บริหารธุรกิจ / การตลาด / ธุรกิจระหว่างประเทศ วิศวกรรม / ฟิสิกส์ การบริหารความเสี่ยงและภาวะวิกฤต การพัฒนาองค์กร นวัตกรรมและเทคโนโลยี สื่อสารองค์กร ESG
นายอภิสิทธิ์ รุจิเกียรติกำจร / / / / / / / / /
นายทวีป สุนทรสิงห์ / / / / / / / /
ศ.ดร. รุธิร์ พนมยงค์ / / / / / / / / /
นางสาวอัจฉรียา บันสิทธิ์ / / / / / / / /
นายสุรพล มีเสถียร / / / / / / / / /
ดร.โกสิทธิ์ เพื่องสวัสดิ์ / / / / / / / / /
นางสาวนิรชา ปานบุญห้อม / / / / / / / /
นางสาวติดาวัลย์ ซุบาล / / / / /
คณะกรรมการชุดย่อย

คณะกรรมการชุดย่อยของบริษัท มี 3 ชุด คือ คณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการสรรหากำหนดค่าตอบแทน บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน และคณะกรรมการบริหาร

ความเป็นอิสระของคณะกรรมการจากฝ่ายจัดการ

บริษัทมีการแบ่งแยกหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายจัดการอย่างชัดเจน โดยคณะกรรมการบริษัท เป็นผู้วางนโยบายกำหนดกรอบยุทธ์ติดตามและประเมินผลงานของฝ่ายบริหาร เพื่อให้มั่นใจว่านโยบายและกระบวนการดำเนินงานต่าง ๆ มีความเหมาะสมและได้ถูกนำมาใช้ในทางปฏิบัติอย่างมีประสิทธิผล และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมทั้งมีการกำหนดให้ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ต้องไม่เป็นบุคคลเดียวกัน โดยนายอภิสิทธิ์ รุจิเกียรติกำจร เป็นประธานกรรมการบริษัท มีกำหนดขอบเขตหน้าที่รับผิดชอบของประธานกรรมการคณะกรรมการบริษัท ไว้ชัดเจน อาทิ การเรียกประชุมคณะกรรมการบริษัท การควบคุมให้การจัดประชุมมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามระเบียบและข้อบังคับบริษัท การเปิดโอกาสและสนับสนุนให้กรรมการแสดงความเห็นอย่างเป็นอิสระ ติดตามและสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการและกรรมการชุดย่อยตามกฎบัตร และตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี เป็นต้น และมีนางสาวนิรชา ปานบุญห้อม เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ มีขอบเขตหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารงานประจำวัน รวมถึงการกำกับดูแลการดำเนินงานโดยรวม เพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย กลยุทธ์ทางธุรกิจ เป้าหมายและแผนการดำเนินงาน เป้าหมายทางการเงิน และงบประมาณของบริษัทที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท เป็นต้น

การดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นของกรรมการและผู้บริหาร

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นของกรรมการ โดยให้ดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ไม่เกิน 5 บริษัท เพื่อให้กรรมการทุกคนปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่และจัดสรรเวลาอย่างเพียงพอในการปฏิบัติหน้าที่กรรมการบริษัท

ในกรณีที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้บริหารระดับสูงของบริษัทจะเข้าดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริษัทหรือผู้บริหารในบริษัทจำกัด หรือบริษัทอื่นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่ไม่ใช่บริษัทย่อยในกลุ่มบริษัท ซีออยล์ จำกัด (มหาชน) จะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทพิจารณาให้ความเห็นชอบ ถึงความเหมาะสมของประเภทธุรกิจ ซึ่งต้องไม่เป็นประเภทธุรกิจอันมีลักษณะอย่างเดียวกัน และไม่เป็นการแข่งขันกับกิจการของบริษัท เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่และจัดสรรเวลาอย่างเพียงพอ

การพัฒนากรรมการและผู้บริหาร

บริษัทมีนโยบายส่งเสริมการพัฒนาความรู้ และความเชี่ยวชาญของกรรมการและผู้บริหารในด้านต่าง ๆ ทั้งด้านการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการและผู้บริหาร การกำกับดูแลกิจการ การพัฒนาความยั่งยืนองค์กร การบริหารความเสี่ยงองค์กร เป็นต้น คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้มีการฝึกอบรมเกี่ยวกับกรรมการใหม่ทุกคน โดยมอบหมายให้เลขานุการบริษัทเป็นผู้ดำเนินการเพื่อให้กรรมการใหม่ได้รับทราบถึงบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ ภาพรวมของการประกอบธุรกิจ โครงสร้างถือหุ้น นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ ข้อกำหนดกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจของบริษัท เพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ รวมถึงการจัดให้มีโครงการพัฒนาผู้บริหารควบคู่ไปกับแผนสืบทอดตำแหน่ง

การกำหนดค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร

คณะกรรมการบริษัท ได้แต่งตั้ง คณะกรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในการพิจารณาความเหมาะสมของการกำหนดค่าตอบแทนของคณะกรรมการและคณะกรรมการชุดย่อย ตามนโยบายและหลักเกณฑ์ การกำหนดค่าตอบแทน เพื่อนำเสนอขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นเป็นประจำทุกปี โดยโครงสร้างค่าตอบแทนทั้งที่เป็นตัวเงิน และไม่ใช่ตัวเงิน และมีการกำหนดค่าตอบแทน เพื่อนำเสนอขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นเป็นประจำทุกปี โครงสร้างค่าตอบแทนทั้งที่เป็นตัวเงิน ประกอบด้วย ค่าตอบแทน ค่าเบี้ยประชุม ค่าตอบแทนตามผลการดำเนินงาน ค่าตรวจสุขภาพประจำปี ค่าเบี้ยประกันสุขภาพ ค่าตอบแทนพิจารณาจากประสบการณ์ หน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการ โดยมีอัตราค่าตอบแทนที่เหมาะสมเทียบเคียงได้กับองค์กรซึ่งมีขนาดธุรกิจและอุตสาหกรรมในลักษณะเดียวกัน และสามารถดึงดูดให้รักษากรรมการที่มีความรู้ ความสามารถให้ปฏิบัติหน้าที่กับบริษัทต่อไปได้

สำหรับค่าตอบแทนของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้บริหารระดับสูง พิจารณาตามหลักการและนโยบายการกำหนดค่าตอบแทน ทั้งนี้การกำหนดค่าตอบแทนเป็นเงินเดือน โบนัส และผลตอบแทนจูงใจในระยะยาว สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัทและผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารแต่ละคน คณะกรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นกรรมการอิสระและกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารเป็นผู้ประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่เป็นประจำทุกปี เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท ในการพิจารณากำหนดค่าตอบแทนของ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ โดยให้หลักเกณฑ์ที่ได้กล่อมร่วมกัน

การประเมินผลการปฏิบัติงาน

คณะกรรมการบริษัท จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานด้วยตนเองเป็นประจำทุกปี เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทร่วมกันพิจารณาผลงานและปัญหาเพื่อวิเคราะห์ และหาแนวทางปรับปรุงแก้ไขต่อไป โดยคณะกรรมการบริษัทมีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทโดยรวมและ/หรือเฉพาะในบางเรื่อง โดยแบบประเมินแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ

1) แบบประเมินตนเองของคณะกรรมการทั้งคณะโดยรวม

2) แบบประเมินตนเองของกรรมการรายบุคคล

3) แบบประเมินตนเองของคณะกรรมการชุดย่อย

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้มีการเปิดเผยผลการประเมินไว้ในแบบแสดงรายงานข้อมูลประจำปี/ รายงานประจำปี 2568 (แบบ 56-1 One Report)

ผลการดำเนินงานด้านการกำกับดูแลอื่น ๆ
  • บริษัทได้รับผลการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทยประจำปี 2568 ในระดับ "ดีเลิศ" ติดต่อกันเป็นปีที่ 7 โดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
  • บริษัทได้รับการประเมินการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 (AGM Checklist) ด้วยคะแนนเต็ม 100 คะแนน โดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย
  • บริษัทมีการทบทวนและปรับปรุงตารางมอบอำนาจอนุมัติให้สอดคล้องกับการดำเนินงานในปัจจุบันของบริษัทอย่างสม่ำเสมอ
  • บริษัทได้รับการรับรองการต่ออายุเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) เป็นครั้งที่ 2
  • บริษัทได้รับการจัดอันดับหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2568 ในระดับ A
  • บริษัทได้รับใบประกาศนียบัตรสถานประกอบกิจการต้นแบบดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานในปี 2568
  • บริษัทไม่พบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมาย การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล การทุจริตคอร์รัปชัน หรือจรรยาบรรณธุรกิจต่อย่างใด